MIS – P2P Technology

P2P คืออะไร? ทำงานอย่างไร?

Peer-to-peer (P2P) เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบ client-client โดยที่ client แต่ละเครื่องมีข้อมูลเก็บอยู่ และสามารถจำลองตนเองเป็น server เพื่อเปิดให้ client เครื่องอื่นๆ สามารถเข้ามาโหลดข้อมูลจากเครื่องของตนเองได้โดยอาศัยพลังงานและ bandwidth ที่เครื่องตนเองมี ซึ่งจะแตกต่างกับการสื่อสารแบบ client-server ที่มี server เก็บข้อมูลไว้เพียงเครื่องเดียว และเปิดให้ client เครื่องอื่นเข้ามาโหลดข้อมูล

Client-Server (centralized information)

Client-Server (centralized information)

Client-Client (distributed information)

Client-Client (distributed information)

จุดเด่นที่ P2P เหนือกว่า client-server คือการกระจายตัวของข้อมูลที่กระจายอยู่ในเครื่อง client ต่างๆ โดยไม่กระจุกตัวอยู่ที่ server เพียงเครื่องเดียว ทำให้ข้อมูลสามารถแพร่กระจายตัวออกไปได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ไม่มีข้อจำกัดที่จะต้องผูกติดอยู่กับ server เครื่องใดเครื่องหนึ่ง ซึ่งมักจะมีปัญหาความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่ลดลงเมื่อจำนวน client เพิ่มสูงขึ้น และอาจมีปัญหาไม่สามารถกระจายข้อมูลได้ถ้า server เครื่องนั้นมีปัญหาด้านการเปิดให้บริการ เช่น ถูกผู้บุกรุกโจมตี หรือถูกสั่งระงับการให้บริการ เป็นต้น

เราสามารถแบ่งประเภทของ P2P ออกได้เป็น 3 ประเภทดังนี้

  1. Pure P2P เครื่อง client แต่ละเครื่องทำหน้าที่เป็นทั้ง client และ server โดยไม่ต้องมี server กลางที่คอยจัดการหรือค้นหาข้อมูล
  2. Hybrid P2P มีเครื่อง server กลางที่ใช้เก็บข้อมูลของ client ว่า client เครื่องใดมีข้อมูลใดที่เปิดให้โหลดได้บ้าง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาได้ว่าข้อมูลที่ตนเองต้องการโหลดถูกเก็บอยู่ที่ client เครื่องใด
  3. Mixed P2P มีคุณสมบัติทั้งแบบ Pure P2P และ Hybrid P2P

อย่างไรก็ตาม P2P มีข้อด้อยด้าน security ที่เครื่อง client ที่จำลองตนเองเป็น server เพื่อเปิดให้คนอื่นเข้ามาโหลดข้อมูลได้ อาจถูกแฮกหรือถูกโจมตีจากผู้บุกรุก และ P2P ยังอาจเป็นเครือข่ายสำหรับกระจายข้อมูลผิดกฎหมายหรือละเมิดลิขสิทธิ์ และข้อมูลที่มีไวรัสแอบแฝงอยู่ได้อย่างดี

ข้อดีและข้อด้อยของเทคโนโลยี P2P ที่มีต่อธุรกิจ

มีการใช้เทคโนโลยี P2P ใน application หลากหลายรูปแบบ เช่น BitTorrent, KaZaA, Napster, Skype เป็นต้น ซึ่งส่งผลทั้งทางบวกและทางลบต่อธุรกิจในปัจจุบันดังนี้

ในด้านบวก เทคโนโลยี P2P ช่วยลดต้นทุนด้านการติดต่อสื่อสารของคนในองค์กรหรือระหว่างองค์กรลง ด้วย application ด้านการติดต่อสื่อสารเช่น Skype ช่วยให้สามารถทำ teleconference ข้ามประเทศได้ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าการใช้โทรศัพท์มาก เนื่องจาก Skype ทำให้เราสามารถพูดคุยกับคู่สนทนาที่อยู่คนละประเทศได้โดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยที่ข้อมูลเสียงมีคุณภาพอยู่ในระดับสูง และสามารถรับส่งข้อมูลเสียงได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากข้อมูลเสียงของผู้พูดจะถูกส่งตรงไปให้ผู้รับโดยที่ไม่ต้องผ่าน server กลางแต่อย่างใด

ในด้านลบ เทคโนโลยี P2P ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ขายข้อมูลดิจิตอลอย่างรุนแรง เช่น ธุรกิจเพลง ธุรกิจภาพยนตร์ และธุรกิจซอฟท์แวร์ เนื่องจากข้อมูลอันมีลิขสิทธิ์เหล่านี้ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางบนเครือข่าย P2P ทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาล และเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่สามารถดำเนินการใดๆ กับเครือข่าย P2P ได้ เนื่องจากข้อมูลถูกกระจายไปเก็บไว้ใน client เครื่องต่างๆ โดยที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายกับ client ทั้งหมดได้

ถ้าอ่านแล้วชอบ ฝากแชร์ด้วยนะครับ
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •