ประกันออมทรัพย์ ผลตอบแทน 221% มีจริงหรือ?

ขอเขียนนอกเรื่องธุรกิจออนไลน์เสียหน่อย เป็นเรื่องที่ผมอยากให้ทุกคนได้รู้เวลาที่มีตัวแทนประกันมาขายประกันแบบออมทรัพย์ให้คุณ

ผมทำประกันครั้งแรกตอนปี 2545 มีตัวแทนประกันจากบริษัทแห่งหนึ่งโทรเข้ามาที่ออฟฟิศ แล้วเพื่อนที่ออฟฟิศเป็นคนรับสาย ปลายสายบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารแห่งหนึ่ง (ที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทประกันแห่งนี้) แจ้งว่าจะขอเข้ามาแนะนำการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับมนุษย์เงินเดือนให้แก่พนักงานในบริษัท เพื่อนผมก็รับปากให้เข้ามา พอมาถึงออฟฟิศก็มีเพื่อนหลายคนเข้าฟังในห้องประชุมด้วยกัน ซึ่งรวมถึงผมด้วย
ตัวแทนเปิดการขายด้วยการแนะนำแพ็กเกจออมเงินสุดคุ้มค่าที่ผู้ออมจะได้รับความคุ้มครองชีวิตด้วย มีการพูดถึงตัวเลขเยอะแยะมากมาย ผมฟังแล้วก็มึนไปหมดเพราะตอนนั้นยังไม่มีความรู้ด้านการเงิน แต่สุดท้ายก็ลองทำดูเพราะยังไม่เคยทำประกันมาก่อน อีกใจหนึ่งก็อยากเอาเบี้ยประกันไปช่วยลดหย่อนภาษีด้วย ผมจ่ายเบี้ยไปประมาณหนึ่งปี ตัวแทนที่ดูแลผมก็ลาออกจากการเป็นตัวแทน แม่ทีมของตัวแทนคนนั้นมาเป็นคนดูแล (เฉพาะตอนเรียกเก็บเบี้ย) ผมต่อ

จนในปี 2549 ก็มีตัวแทนประกันอีกคนจากบริษัทเดิมโทรมา ผมปฏิเสธไปว่ามีกรมธรรม์อยู่แล้ว แต่ตัวแทนก็ไม่ลดละความพยายาม เกลี้ยกล่อมผมว่าน่าจะลองมีอีกสักฉบับดู เพราะกรมธรรม์นี้ให้ผลตอบแทนสูงถึง 221% ผมเลยขอให้ช่วยส่งเอกสารรายละเอียดมาให้ผมดูหน่อย มาคราวนี้ผมมีความรู้ด้านการเงินแล้ว ก็เลยลงมือคำนวณดูว่าผลตอบแทน 221% จริงหรือเปล่า

เอกสารที่ตัวแทนส่งมาให้ แจ้งว่าทุนประกันมีมูลค่า 150,000 บาท ชำระเบี้ยเดือนละ 3,181.20 บาท หรือตกวันละร้อยบาทนิดๆ เท่านั้น ชำระเพียง 7 ปี แต่อายุกรมธรรม์ยาวนานถึง 15 ปี มีการจ่ายเงินคืนให้ทุก 2 ปี จนกว่าจะหมดอายุกรมธรรม์

ผลตอบแทนประกันออมทรัพย์

นี่คือตารางที่ผมทำสรุปออกมาจากเอกสารที่ตัวแทนส่งมาให้ ช่อง Cash Out ก็คือเงินที่ไหลออกจากกระเป๋าผม ผมต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเดือนละ 3,181.20 บาท หรือปีละ 38,174.40 บาท เป็นเวลา 7 ปี โดยที่ผมจะได้รับเงินคืนทุก 2 ปี โดยในปีที่ 2, 4, 6 จะได้รับคืน 6% ของทุนประกัน (150,000 x 6% = 9,000 บาท) ปีที่ 8, 10, 12 ได้รับคืน 7% (10,500 บาท) ปีที่ 14 ได้รับคืน 12% (18,000 บาท) และเมื่อหมดอายุกรมธรรม์ จะได้รับคืน 170% (255,000 บาท)

ในเอกสารแจ้งว่า ทุนประกันของผมเพียง 150,000 บาท แต่ผมจะได้รับเงินคืนรวมกันแล้วสูงถึง 331,500 บาท คิดเป็นผลตอบแทนสูงถึง 221% (331,500 / 150,000 x 100%)

ไม่น่าเชื่อว่าเอกสารจะโกหกผมโต้งๆ แบบนี้เลย รู้หรือยังครับว่าโกหกอย่างไร? ลองใช้เวลานั่งคิดดูสักหน่อยแล้วค่อยอ่านต่อครับ

หลังจากผมได้รับเอกสารแล้ว ตัวแทนก็โทรกลับมาพูดคุย ผมบอกไปว่าเอกสารที่ส่งมามันไม่ถูกต้องนะ ตัวเลขมันผิดความจริงไปเยอะมาก ผมอธิบายให้ฟัง แต่ดูเหมือนตัวแทนจะไม่ค่อยเข้าใจ เป็นไปได้ว่าตัวแทนคงไม่ได้ทำเอกสารนี้เอง อาจจะเป็นเอกสารของแม่ทีม หรืออาจจะเป็นของบริษัทเลย แล้วตัวแทนก็ฟังแม่ทีมหรือบริษัทมาอีกทีโดยที่มองไม่เห็นจุดผิดพลาด

วิธีการคิดผลตอบแทนที่เอาทุนประกัน 150,000 บาทมาเป็นตัวฐานนั้นไม่ถูกต้องครับ เพราะผมไม่ได้จ่ายเงินออกไปแค่ 150,000 บาท แต่ผมต้องจ่ายถึง 267,220.80 บาท (38,174.40 x 7 ปี) ถ้าจะคิดผลตอบแทนด้วยวิธีนี้ จะต้องใช้ตัวเลข 267,220.80 บาทเป็นตัวฐาน คิดออกมาได้ 124% (331,500 / 267,220.80 x 100%) แต่นี่เรายังไม่ได้หักเงินต้นคืนนะครับ ถ้าหักเงินต้นออกมาแล้วก็จะเหลือกำไรเพียง 24% เท่านั้น และเป็น 24% ที่จะได้รับครบถ้วนก็ต่อเมื่อเวลาผ่านไปแล้วถึง 15 ปี อยากบอกว่าผมถือหุ้นเพียงปีเดียวก็ได้ผลตอบแทนเกือบ 100% แล้ว

วิธีคิดผลตอบแทนแบบนี้ก็ยังไม่ค่อยละเอียดมาก เพราะตัวเลขที่ผมอยากรู้ก็คือผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี เพื่อจะได้เปรียบเทียบกับการลงทุนแบบอื่นได้ เช่น การฝากธนาคาร หรือการซื้อพันธบัตร ที่ระบุตัวเลขผลตอบแทนต่อปีให้ประชาชนทราบ

ผมทำตัวเลขเพิ่มเติมจากเอกสารที่ตัวแทนส่งมาให้ โดยหาตัวเลขเงินรับ(หรือจ่าย)สุทธิในแต่ละปี ด้วยการเอาเงินรับในแต่ละปีลบออกด้วยเงินจ่ายในปีนั้นๆ สูตรง่ายๆ ครับ คิดเหมือนกับการคำนวณหากำไรด้วยการเอารายรับลบออกด้วยรายจ่าย

Internal Rate of Return ของประกันออมทรัพย์

เมื่อได้ตัวเลขเงินรับ(หรือจ่าย)สุทธิในแต่ละปีแล้ว เราก็ใช้ Excel ใส่สูตร =IRR(เงินสุทธิปีที่ 1…เงินสุทธิปีที่ 15) ซึ่งสูตรนี้เรียกว่า Internal Rate of Return ใช้สำหรับหาผลตอบแทนเฉลี่ยต่อช่วงเวลาหนึ่ง ในที่นี้จะเห็นได้ว่าคำนวณออกมาได้เพียง 2.30% ต่อปี

ในช่วงนั้น ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งต่างแข่งขันกันให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำระยะสั้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ธนาคารหนึ่งให้ 5% อีกไม่กี่วันต่อมาธนาคารอีกแห่งจะให้ 5.25% เรียกได้ว่าผู้เกษียณอายุที่มีเงินก้อนที่ไม่รู้จะนำไปลงทุนอะไร ต่างก็แห่ไปเปิดบัญชีแล้วย้ายเงินข้ามธนาคารกันให้วุ่น

แล้วทำไมผมจะต้องเอาเงินไปจมไว้กับประกันออมทรัพย์ด้วยล่ะ? ผลตอบแทนเพียง 2.30% ยังต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อในหลายๆ ปีที่ผ่านมาเลย เอาเงินไปฝากประจำยังดีกว่าอีก ตัวแทนตอบผมว่าประกันออมทรัพย์มีความคุ้มครองให้ด้วย กรณีที่เสียชีวิต ผู้ที่อยู่ข้างหลังก็จะได้รับเงินชดเชย

จริงๆ แล้วเราสามารถคำนวณได้ด้วยว่าเราควรจะมีโอกาสเสียชีวิตในช่วง 15 ปีของอายุกรมธรรม์มากน้อยแค่ไหนถึงจะคุ้มที่จะทำประกัน ผมคำนวณออกมาแล้วปรากฎว่าผมต้องมีโอกาสเสียชีวิตสูงมากกว่า 50% ถึงจะคุ้ม แปลว่าถ้าผมออกนอกบ้าน 2 วัน จะต้องมีอย่างน้อย 1 วันที่ผมมีโอกาสถูกรถชนตาย ซึ่งมันเป็นไปได้ยากมาก

แต่สุดท้ายแล้วผมก็ทำประกันกับตัวแทนคนนี้ ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า ผมนำตัวเลขผลตอบแทนไปเปรียบเทียบกับกรมธรรม์ฉบับเก่า ปรากฎว่าฉบับเก่าให้ผลตอบแทนไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ ผมเลยยกเลิกฉบับเก่าเพื่อ cut loss ค่าเสียโอกาส แล้วเปลี่ยนมาทำฉบับใหม่แทน อีกเหตุผลก็คือเงินเดือนผมสูงขึ้น ผมต้องการจ่ายเบี้ยสูงขึ้นเพื่อจะได้ลดหย่อนภาษีได้มากขึ้น และเหตุผลสุดท้ายก็คือผมรู้สึกว่าควรจะมีประกันแบบนี้ไว้ใช้เป็นยันต์กันผี เวลามีตัวแทนคนอื่นมาเสนอขายจะได้บอกว่า “ผมมีประกันอยู่แล้วครับ”

ถ้าอ่านแล้วชอบ ฝากแชร์ด้วยนะครับ
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •