วิวัฒนาการของการทำบัญชีครัวเรือน มาใช้ GnuCash กันเถอะ

ผมเริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเองตั้งแต่ ป.6 เนื่องจากตอนนั้นพ่อซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรกมาไว้ที่บ้าน และผมก็กำลังหัดใช้โปรแกรม Lotus 123 อยู่ เลยตั้งโจทย์ให้ตัวเองว่าจะจดบันทึกรายรับรายจ่ายไว้ทุกวัน กลับมาถึงบ้านตอนกลางคืนทุกวัน ผมก็จะนั่งหน้าคอม นึกว่าวันนี้ใช้จ่ายเงินเป็นค่าอะไรไปบ้าง แล้วก็พิมพ์ลงโปรแกรมไว้ พอครบเดือนก็ลองพล็อตกราฟดู ครบปีก็สรุปยอดทั้งหมด

ผมทำแบบนี้อยู่ประมาณ 2-3 ปี ก็เริ่มเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนจาก Lotus 123 มาเป็น Microsoft Excel แรกๆ ผมก็ทำการ import ไฟล์มาใช้บน Excel แต่ใช้ไปสักพักแล้วรู้สึกว่า Excel มันช้าจัง ประกอบกับผมเริ่มสนุกกับการเขียนโปรแกรมมากกว่า ก็เลยหยุดการทำบัญชีไป

กลับมาทำบัญชีอีกรอบก็ตอนปี 4 ตอนนั้นมี PDA เครื่องแรกคือ Palm IIIe ผมก็ลงโปรแกรม PMT ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับจัดการด้านการเงินส่วนบุคคล การใช้ PDA ในการบันทึกรายรับรายจ่ายนั้นสะดวกมาก ผมควักเงินจ่ายออกไปเมื่อไหร่ ก็ควัก PDA มาจดบันทึกได้เลย ไม่ต้องคอยจำและกลับไปบันทึกเวลาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

ผมใช้ PDA ในการทำบัญชีมาตลอดตั้งแต่ Palm IIIe เปลี่ยนมาเป็น Palm IIIxe และ Palm m515 แต่แล้วก็มีเหตุให้ต้องเลิก เนื่องจากผมเป็นคนที่ขี้เกียจ backup ข้อมูลใน PDA แล้วมีช่วงหนึ่งที่ผมไปต่างประเทศ จนทำให้ PDA แบตหมด ข้อมูลที่มีอยู่สูญสลายไปหมด หลังจากนั้นผมก็เลิกใช้ PDA ไปเลย หันไปใช้สมุด organizer ธรรมดาดีกว่า

ส่วนเรื่องการทำบัญชี ผมกลับมาใช้ Excel เหมือนสมัยเด็กอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ง่ายแบบเด็กๆ เพราะผมมีทั้งเงินในกระเป๋าสตางค์ เงินในบัญชีธนาคารหลายแห่ง บัตรเครดิตอีกหลายใบ เงินลงทุนในทรัพย์สินต่างๆ อีก ต่างกับสมัยเด็กที่มีแค่เงินในกระเป๋าสตางค์เพียงอย่างเดียว เงินเข้าก็เข้าที่กระเป๋าอย่างเดียว เงินออกก็ออกจากกระเป๋าเพียงอย่างเดียวเช่นกัน

ความซับซ้อนของการเงินแบบผู้ใหญ่ ทำให้การใช้ Excel เพื่อทำบัญชีนั้นค่อนข้างยุ่งยาก เช่น ถ้าผมใช้บัตรเครดิตเพื่อจ่ายค่าน้ำมัน ผมจะต้องลงบัญชีรายจ่าย และยังต้องลงซ้ำในบัญชีบัตรเครดิต โดยที่ตัวเลขจะต้องเท่ากัน หรือถ้าผมจ่ายหนี้บัตรเครดิตโดยโอนเงินจากบัญชีธนาคาร ผมจะต้องบันทึกทั้งบัญชีบัตรเครดิตและบัญชีธนาคารไปพร้อมกัน ถ้าเงินไหลออกจากบัญชีหนึ่ง มันจะต้องมีอีกบัญชีที่เงินไหลเข้า ภาษานักบัญชีเรียกว่า Double Entry

ผมทนใช้ Excel อยู่หลายปี ไม่อยากใช้ Quicken เพราะรู้สึกว่ามันเกินไปหน่อยที่จะจ่ายเงินซื้อลิขสิทธิ์เพียงเพื่อเอามาทำบัญชีส่วนตัวที่มีเงินไม่มาก จะให้ซื้อซีดี 100 บาทก็ไม่ค่อยอยากซื้อ เพราะรู้สึกว่าใช้ Excel ทดแทนกันได้

จนเมื่อปลายปีที่ผ่านมาที่ได้มีโอกาสทดลองใช้โปรแกรม GnuCash ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับทำบัญชีส่วนบุคคลคล้ายๆ กับ Quicken แต่เป็นซอฟต์แวร์ OpenSource ที่ให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี

GnuCash

GnuCash นี่ไม่ธรรมดาครับ หลังจากที่ได้ลองใช้ดูสักพัก ก็พบว่ามันสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้

  • ใส่ข้อมูลเพียงครั้งเดียว โปรแกรมจะทำ Double Entry ให้โดยอัตโนมัติ
  • รองรับทุกสกุลเงินทั่วโลก รวมถึงบาทไทย
  • ทำ Split Transactions ได้ เช่น ผมขายหุ้นมูลค่า 10,000 บาท แต่เงินจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ 16.05 บาทสำหรับค่าคอมมิสชั่นและภาษี ที่เหลือ 9,983.95 บาทถึงจะเป็นจำนวนเงินสุทธิที่เข้าบัญชีเงินสดของผม
  • สามารถทำบัญชีพอร์ตหุ้นได้ กำหนดได้ว่าจะแสดงผลเป็นจำนวนหุ้นหรือมูลค่าหุ้นเป็นบาท
  • สามารถบันทึกประวัติราคาหุ้นได้ (โปรแกรมนี้สามารถอัพเดทราคาหุ้นโดยดึงข้อมูลจากเว็บโดยอัตโนมัติได้ด้วย แต่น่าเสียดายที่หุ้นไทยทำไม่ได้)
  • ทำบัญชีเจ้าหนี้การค้า ลูกหนี้การค้า บันทึกบิลจาก vendor หรือออกใบแจ้งหนี้ลูกค้าได้ เหมาะกับคนที่มีธุรกิจเล็กๆ (ผมมีเจ้าหนี้การค้าคือสำนักพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือ Google Maps ให้ เนื่องจากผมรับหนังสือที่พิมพ์เสร็จแล้วมาขายในเว็บ โดยที่ยังไม่ได้จ่ายเงินให้กับสำนักพิมพ์ ในทางกลับกัน ผมก็มีลูกหนี้การค้าเป็นสำนักพิมพ์เช่นเดียวกัน เนื่องจากสำนักพิมพ์จะต้องจ่ายค่าเขียนหนังสือให้ผมในอนาคต)

มันยังทำอะไรได้อีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวไว้ แต่สรุปได้ว่าตอนนี้ผมเลิกใช้ Excel และเปลี่ยนมาใช้ GnuCash แบบเต็มตัวแล้ว

แต่ใช่ว่า GnuCash จะไม่มีข้อเสียเลย ข้อเสียของมันก็คือผู้ใช้จะต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เท่านั้นถึงจะบันทึกข้อมูลได้ และผู้ใช้ต้องคอยพะวงกับการเก็บรักษาไฟล์ข้อมูลให้ดี อย่าให้โดนลบ หรือฮาร์ดดิสก์เสีย ซึ่งข้อเสียเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยใช้หลัก Software as a Service ด้วยการนำโปรแกรมบัญชีส่วนบุคคลไปไว้บนเว็บไซต์ เจ้าของเว็บเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยของข้อมูล และเว็บยังสามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์พกพาอย่างโทรศัพท์มือถือหรือ PDA ที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ด้วย ผู้ใช้สามารถบันทึกการจ่ายเงินของตัวเองลงโทรศัพท์มือถือแล้วส่งข้อมูลไปยังเว็บไซต์ได้ทันที

ปัจจุบันก็มีเว็บไซต์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ้างแล้วครับ เช่น Mint หรือ Buxfer ซึ่งมีหน้าตาตามสไตล์ Web 2.0 เลย เว็บเหล่านี้สามารถเชื่อมต่อกับระบบธนาคารออนไลน์ เพื่อจะ track ได้ว่าบัญชีธนาคารของผู้ใช้เหลือเงินอยู่เท่าไหร่ บัญชีบัตรเครดิตมีการใช้งานไปแล้วเท่าไหร่ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องมานั่งป้อนข้อมูลเองเลย

น่าเสียดายที่คนไทยใช้เว็บเหล่านี้ไม่ได้ เนื่องจากเว็บไม่สามารถเชื่อมต่อกับธนาคารออนไลน์ของไทย (ไม่รู้ว่าเว็บของธนาคารเหล่านี้มี API ที่เป็นมาตรฐานหรือเปล่า?) ผมอยากให้มีใครทำเว็บแบบนี้ออกมาให้คนไทยใช้งานกันฟรีๆ จัง ถ้าเว็บไหนทำได้ เว็บนั้นจะมีสุดยอดข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าที่บริษัทขายสินค้าต่างๆ ต้องการเลยล่ะครับ

เพราะเว็บจะรู้หมดเลยว่าคนมีรายได้ 20,000 บาท มีค่าใช้จ่ายในการดูหนังเท่าไหร่ และถ้าคนมีรายได้ 50,000 บาท จะดูหนังมากกว่าหรือน้อยกว่าคนมีรายได้ 20,000 บาท

เป็นการทำวิจัยการตลาดโดยที่ไม่ต้องขอให้ตอบแบบสอบถามเลย

ถ้าอ่านแล้วชอบ ฝากแชร์ด้วยนะครับ
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

, ,