การใช้ Microblogging ในที่ทำงาน จะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นได้จริงหรือ?

เมื่อวันอังคาร นิตยสาร Times ได้ตีพิมพ์บทความที่ผมเขียนถึง Twitter และ Yammer บริการไมโครบล็อกสองรายที่ให้ผู้ใช้กระจายข้อความสั้นๆ ไปยังกลุ่มผู้ติดตามบนโลกออนไลน์ Twitter ถูกพูดถึงอย่างมากตั้งแต่ปี 2006 ที่มันถูกสร้างขึ้นมา ส่วน Yammer เป็นน้องใหม่ที่เพิ่งมีอายุได้เพียง 6 สัปดาห์ ซึ่งมีเป้าหมายที่แตกต่างออกไป นั่นก็คือการเป็น Twitter สำหรับธุรกิจ

Yammer ถูกสร้างขึ้นโดยทีมงานที่สร้าง Geni เว็บสำหรับสร้างแผนผังวงศ์ตระกูล เมื่อพวกเขามองเห็นว่า Yammer มีประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างไร David Sacks ผู้ก่อตั้ง Geni จึงตัดสินใจแยก Yammer ออกมาเป็นบริษัท โดย Geni ให้ทุนไปหนึ่งล้านเหรียญ Sacks ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal ที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้บริหารสองบริษัทเกิดใหม่ และกำลังเริ่มลงทุนอีกครั้งกับ Yammer

บน Twitter ผู้ใช้ต่างเขียนถึงสิ่งสำคัญและชีวิตประจำวันทั่วไป อย่างเช่น “อยู่ที่โรงเรียน กำลังเถียงกับเพื่อนอยู่ว่าควรจะดื่มกาแฟเพิ่มมั้ย” แต่ Yammer ที่มุ่งเน้นการใช้งานในที่ทำงาน จะไม่สนใจกับข้อความไร้สาระแบบนั้น Sacks กล่าวว่า “ผู้ใช้ไม่ได้อยากจะฟังเพื่อนของเขาบอกว่าเขากำลังทำอะไรวันละห้าครั้งหรอก แต่เขาอยากรู้จากเพื่อนร่วมงานวันละห้าครั้งว่าพวกเขากำลังทำงานอะไรอยู่”

คำถามหลักบน Twitter คือ “คุณกำลังทำอะไรอยู่?” ถูกแปลงมาเป็น “คุณกำลังทำงานอะไรอยู่?” บน Yammer และยังมีฟีเจอร์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการใช้งานในที่ทำงาน Twitter จำกัดความยาวของข้อความที่ 140 ตัวอักษร ขณะที่ผู้ใช้ Yammer สามารถพิมพ์ได้ยาวเท่าที่ต้องการ และสามารถตอบกลับไปที่ข้อความตามที่ระบุได้ เขาสามารถใส่รูปภาพ ไฟล์เอกสาร หรือวิดีโอ Yammer มีหน้าโพรไฟล์ของผู้ใช้เช่นเดียวกัน และเร็วๆ นี้จะเพิ่มกลุ่มสนทนา ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยกันได้โดยที่เพื่อนร่วมงานคนอื่นไม่เห็น และยังมีแผนที่จะให้คู่ค้าหรือที่ปรึกษาจากนอกบริษัทเข้ามาร่วมอยู่ในเครือข่ายของบริษัทได้ด้วย ผู้ใช้สามารถใช้ Yammer และโพสต์ข้อความได้ทั้งจากทางเว็บ Instant Messenger หรือโทรศัพท์

แล้วทำไมเราถึงต้องใช้มันในเมื่ออีเมลและ Instant Messenger ก็ทำได้เหมือนกัน?

Sacks กล่าวว่า อีเมลไม่สามารถตอบโจทย์ของการโต้ตอบกันแบบทันทีทันใดได้ อีเมลทั้งหมดจะไปกองอยู่ในระบบ ปะปนอยู่กับอีเมลที่แชร์ลิงก์ไปยังบทความ หรืออีเมลที่แจ้งเตือนกิจกรรมของบริษัท ซึ่งทำให้อีเมลมีประสิทธิภาพน้อยลง เขาจึงต้องการย้ายทุกอย่างไปสู่ Yammer

Sacks เชื่อว่า Yammer สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ “ถ้าเราทำสำเร็จ ผู้ใช้จะเห็นอีเมล์และ I.M. เป็นเพียงช่องทางในการส่งข้อมูลที่อยู่ใน Yammer”

เมื่อเร็วๆ นี้ พนักงานของ Yammer คนหนึ่งส่งลิงก์ของบทความเกี่ยวกับการทดลอง Social Network แบบใหม่ที่ Yahoo ฝ่ายกฎหมายของบริษัทเขียนว่าเขากำลังทำงานเรื่องข้อตกลงเรื่องสิทธิ์ในการซื้อหุ้นของพนักงาน และพนักงานหลายคนก็ตั้งคำถามเกี่ยวกับสิทธิ์นี้ บางคนถึงขนาดประกาศให้เมนูอาหารเที่ยงมีแคลิฟอร์เนียโรลและเคบับไก่ด้วย

Yammer เป็นบริการฟรีสำหรับทุกคนที่มีอีเมลแอดเดรสของบริษัท Sacks หวังว่ามันจะกระจายเข้าไปในบริษัทและไปสะดุดตาผู้บริหารเข้า เมื่อถึงจุดนั้น พนักงานหรือผู้บริหารด้านไอทีที่มีความกังวลจะเริ่มถามหาฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยจาก Yammer ซึ่งประกอบไปด้วยการจำกัดไอพีแอดเดรสที่เข้าใช้งานได้ การใช้รหัสผ่าน การลบพนักงานที่ลาออกไปแล้ว และการลบข้อความที่ไม่พึงประสงค์ เมื่อฝ่ายบริหารของบริษัทเข้ามาควบคุมการใช้งานได้ Yammer ก็จะคิดค่าบริการ 1 เหรียญต่อผู้ใช้หนึ่งคนต่อเดือน

Sacks อยากกวนใจแผนกไอทีและให้อำนาจแก่พนักงาน “แทนที่จะให้คนที่ไม่เข้าใจเรื่องเทคโนโลยีในบริษัทเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ ควรจะให้คนที่มีหัวคิดก้าวหน้าที่สุดในบริษัทเป็นผู้ตัดสินใจต่างหาก” ผู้ใช้อยากที่จะใช้เครื่องมือบนเว็บแบบที่เขาใช้ที่บ้านมาใช้ในที่ทำงาน และนี่คือวิธีการเพิ่มความเร็วให้กับกระบวนการทำงาน มันยังช่วยให้ Yammer ประหยัดเงินค่าจ้างแผนกขายของบริษัทด้วย

Sacks เล่าว่าบางคนตำหนิว่ากลยุทธ์นี้เป็นเหมือนการแบล็กเมล เพราะมันเป็นการบังคับให้บริษัทสมัครใช้บริการเพื่อควบคุมพนักงานที่ได้ใช้มันไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเขาไม่เห็นด้วย เพราะแผนกไอทีสามารถบล็อคเว็บ Yammer ได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว

ในหกสัปดาห์แรก มีผู้ใช้ลงทะเบียน 60,000 คน คนเหล่านี้ 4,000 คนโน้มน้าวให้บริษัทของพวกเขายอมจ่าย ซึ่งรวมถึงผู้ใช้ที่ Cisco Systems, Xerox และ Hewlett-Packard Sacks ได้รับโทรศัพท์จากผู้ผลิตอุปกรณ์การเกษตรที่มีพนักงานขายหลายพันคน บริษัทสร้างหนังมีพนักงานที่ใช้ Yammer แล้ว 400 คน และบริษัทคาสิโนที่มีพนักงาน 25,000 คนในประเทศอื่นๆ

Yammer เป็นวิธีการใหม่ในการทำหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำอยู่แล้วในที่ทำงาน ซอฟต์แวร์บริหารจัดการภายในองค์กรอย่าง Clearspace ของ Jive Software และ SharePoint ของ Microsoft ก็มีฟีเจอร์แบบนี้ หลายบริษัทใช้ Twitter และ Facebook เพื่อสื่อสารกับพนักงานอยู่แล้ว หลายปีที่ผ่านมา Instant Messenger ช่วยแก้ปัญหาที่ Sacks ประสบกับอีเมล

แล้วคุณล่ะคิดอย่างไร? พนักงานจำเป็นต้องมีวิธีใหม่ในการสื่อสารไหม? หรือ Yammer จะเป็นเพียงแค่กล่องเก็บเมลที่อัดแน่นไปด้วยความยุ่งเหยิงแห่งโลกดิจิตอล?

แปลจาก The New York Times

ถ้าอ่านแล้วชอบ ฝากแชร์ด้วยนะครับ
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

, , ,