ประกันออมทรัพย์ผลตอบแทนมากกว่า 100% มีจริงหรือ?

ประกันออมทรัพย์ (หรือสะสมทรัพย์) เป็นรูปแบบประกันชีวิตที่เน้นให้คุณออมเงิน โดยจะต้องจ่ายค่าเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของอายุกรมธรรม์ และจะมีการจ่ายเงินคืนทุก 2-3 ปี ถ้าคุณมีชีวิตอยู่จนถึงวันหมดอายุกรมธรรม์ คุณจะได้รับเงินอีกก้อนหนึ่ง เอกสารที่ตัวแทนประกันนำมาใช้ขายมักจะระบุผลประโยชน์มากกว่า 100% แต่มันแปลว่าถ้าคุณจ่ายเบี้ย 100 บาท จะได้เงินคืนมากกว่า 200 บาทจริงหรือ?

คลิก Like สักนิด เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนบทความครับ

ตัวเลขผลประโยชน์มากกว่า 100% เป็นตัวเลขที่ตัวแทนประกันจะใช้ปิดการขายคุณ เขาจะชี้ให้คุณเห็นว่ามันคุ้มค่ามากที่จะซื้อประกัน ใครที่งงๆ มึนๆ เรื่องตัวเลขก็จะคล้อยตามได้ง่าย แต่ถ้าคุณยังไม่ตัดสินใจ ตัวแทนประกันจะขายเรื่อง “ความคุ้มครอง” ถ้าคุณเป็นอะไรไปก่อนหมดสัญญากรมธรรม์ ครอบครัวคุณจะได้รับเงินประกันชีวิต และถึงแม้คุณจะไม่เป็นอะไร แต่การซื้อประกันก็ช่วยลดหย่อน “ภาษี” ให้คุณด้วย เพียงเท่านี้คุณก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะซื้อประกันแล้ว (ผมก็โดนขายมาแบบนี้แหละ แต่คิดว่าซื้อเพื่อลดภาษีก็คุ้มนะ)

ทีนี้ถ้าลองคิดว่าซื้อประกันออมทรัพย์เพื่อผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินจริงๆ โดยตัดเรื่องภาษีออกไปก่อนเพราะแต่ละคนมีฐานภาษีไม่เหมือนกัน และตัดเรื่องความคุ้มครองออกไป เพราะเราประเมินมูลค่าผลตอบแทนของความคุ้มครองไม่ได้ (ถ้าหมดอายุกรมธรรม์แล้วคุณยังมีชีวิตอยู่ดี ผลตอบแทนของความคุ้มครองก็คือศูนย์ แต่ถ้าซื้อประกันแล้วคุณตายพรุ่งนี้เลย แบบนี้โคตรคุ้ม)

ผมมีเอกสารที่ตัวแทนของผมส่งมาให้พิจารณาเพราะกรมธรรม์ตัวเดิมกำลังจะหมดระยะเวลาชำระเบี้ยแล้ว ดูตามภาพนี้ครับ

ประกันออมทรัพย์ 15/7 จ่ายเบี้ย 7 ปี อายุกรมธรรม์ 15 ปี

ประกันออมทรัพย์ 15/7 จ่ายเบี้ย 7 ปี อายุกรมธรรม์ 15 ปี

เห็นมั้ยครับว่ามันดูงงๆ มึนๆ ขออธิบายแบบง่ายๆ ว่าผมมีหน้าที่จ่ายเบี้ยเดือนละ 3,616.80 บาท (1) หรือปีละ 41,100 บาท (จ่ายแบบรายปีจะมีส่วนลดให้) โดยต้องจ่ายติดต่อกัน 7 ปี หลังจากปีที่ 7 เป็นต้นไปก็ไม่ต้องจ่ายแล้ว ระหว่างที่อายุกรมธรรม์ยังไม่ครบ 15 ปี ผมจะได้รับเงินคืนทุก 2 ปี 9,000 > 9,000 > 9,000 > 10,500 > 10,500 > 10,500 > 18,000 และเมื่อครบอายุกรมธรรม์ ผมจะได้ก้อนใหญ่ 277,500 บาท (2)

ถ้าคิดแบบง่ายๆ ผมจ่ายเบี้ย 41,100 บาท x 7 ปี เท่ากับ 287,700 บาท แต่ผมได้เงินคืนกลับมา 354,000 บาท (3) คิดเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นมา 23%

เอ๊ะ! มันใช่หรือเปล่า? ทำไมตัวเลขผลประโยชน์ในเอกสารถึงบอกว่า 236% ล่ะ?

ก็เพราะว่า 236% นั้นคิดเทียบกับทุนประกัน 3 ปีแรกที่ 150,000 บาท (ถ้าผมตายภายใน 3 ปีแรก แม่ผมจะได้รับ 150,000 บาท) จะเห็นได้ว่าเป็นการเอาหมูมาเทียบกับไก่ เอาเงินที่จะได้รับคืนมาเทียบกับทุนประกันซะงั้น ดังนั้นตัวเลข 23% ที่คำนวณได้เองน่าจะถูกต้องกว่า

แต่ตัวเลข 23% ก็ยังถือว่าไม่ถูกต้องซะทีเดียวครับ ความจริงแล้วการคิดแบบนี้ทำให้เราเทียบการลงทุนซื้อประกันกับการลงทุนอย่างอื่นได้ลำบาก เพราะผลตอบแทนการลงทุนควรจะวัดเทียบกันในหน่วย % ต่อปี เช่น การฝากเงินแบบออมทรัพย์ในธนาคารได้ผลตอบแทน 0.75% ต่อปี ส่วนการซื้อพันธบัตรจะได้รับผลตอบแทน 3-6% ต่อปี เป็นต้น

ดังนั้นเราต้องหาวิธีแปลงค่าเบี้ยที่จ่ายไปใน 7 ปีแรก กับเงินคืนทุก 2 ปี และเงินคืนก้อนใหญ่ในปีที่ 15 ให้เป็นตัวเลขผลตอบแทนเฉลี่ยเป็น % ต่อปีให้ได้

กรอกตัวเลขเข้า Excel เลยครับ

Excel ของประกันออมทรัพย์ 15/7

Excel ของประกันออมทรัพย์ 15/7

คอลัมน์ B คือเงินค่าเบี้ยที่ผมต้องจ่ายทุกปี คอลัมน์ C คือเงินคืนที่ผมได้รับจากบริษัทประกัน คอลัมน์ D คือคอลัมน์ B บวกคอลัมน์ C เพื่อดูว่าสรุปแล้วปีนั้นผมจ่ายหรือรับเงินจากบริษัทประกันเท่าไหร่

ทางการเงินมีสูตรหาผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่เรียกว่า Internal Rate of Return หรือ IRR ซึ่งใน Excel สามารถคำนวณได้โดยใช้ฟังก์ชั่น =IRR(เงินรับหรือจ่ายสุทธิของปีแรก:เงินรับหรือจ่ายสุทธิของปีสุดท้าย) ซึ่งในที่นี้ก็คือ =IRR(D2:D17)

ตัวเลขคำตอบที่ได้ก็คือ 1.98% ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนประเภทอื่นอย่างการฝากประจำหรือการซื้อพันธบัตร ทั้งนี้เป็นเพราะบริษัทประกันมีต้นทุน “ความคุ้มครอง” อยู่ด้วย ผลตอบแทนเป็นตัวเงินที่ต่ำสะท้อนถึงเงินส่วนหนึ่งที่ใช้เป็นค่าประกันความเสี่ยงของชีวิตเรา

อย่างไรก็ตาม ประกันชีวิตมีข้อดีคือมันใช้ลดหย่อนภาษีได้ ไว้โอกาสต่อไปจะมาแสดงให้ดูว่ามันช่วยประหยัดภาษีได้แค่ไหนครับ

About อภิศิลป์ ตรุงกานนท์

มนุษย์เพศชายผู้บูชาวิถีแห่งการพ้นทุกข์ หาเลี้ยงชีพด้วยการพัฒนาเว็บไซต์ มีรายได้เสริมบ้างจากการเป็นวิทยากรและนักเขียนหนังสือ สามารถมีความสุขได้ง่ายๆ จากสิ่งเล็กน้อยรอบตัว

3 Responses to ประกันออมทรัพย์ผลตอบแทนมากกว่า 100% มีจริงหรือ?

  1. Chatchai Limsakun 2 August 2014 at 10:39 #

    ลองพิจารณาของกรุงเทพประกันชีวิตบ้างซิครับ IRR = 3.2985 จะส่งแบบมาให้ดูครับ

  2. Aj Morgan 20 September 2014 at 07:52 #

    ขอบคุณครับ

Trackbacks/Pingbacks

  1. ลดหย่อนภาษี วิธีไหนดีสุด? - MacroArt - 26 May 2013

    […] ทั้งประกันแบบออมทรัพย์และประกันแบบบำนาญ เราสามารถนำเบี้ยที่จ่ายในแต่ละปีมาลดหย่อนภาษีได้ครับ โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท แปลว่าถ้าคุณมีฐานภาษี 10% จ่ายเบี้ยประกันปีละ 100,000 บาท คุณสามารถลดหย่อนภาษีได้ถึง 10,000 บาทเลย นอกจากนี้ ประกันชีวิตยังมีเงินจ่ายคืนทุก 2 ปี หรือ 3 ปี หรือ 5 ปี และจ่ายคืนให้ก้อนใหญ่เมื่อครบสัญญาด้วย ซึ่งเมื่อคำนวณดูแล้ว ผลตอบแทนมักจะเป็นบวกครับ (ได้คืนมามากกว่าที่จ่ายออกไป) ดูวิธีคำนวณได้จากบทความเรื่อง “ประกันออมทรัพย์ผลตอบแทนมากกว่า 10… […]